การเล่นบาคาร่านั้น หากจะพูดถึงปัจจัยที่ทำให้เราสามารถทำกำไรจากการเล่น หรือมีเงินเหลือกับบ้านแล้ว ก็คงจะเป็นอัตราส่วนของการทายผลที่ถูกและผิด ซึ่งในบางครั้งแม้ว่าจำนวนในการทายผลถูกของเราจะมากกว่าก็ตาม แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าเราจะสามารถทำกำไรได้เสมอไป เนื่องมาจากปัจจัยในการวางเดิมพันแต่ละครั้งของเรา ที่มักจะไม่เท่ากัน หรือไม่ค่อยจะมีความแน่นอนสักเท่าไร

ซึ่งหากจำแนกความสำคัญในการเล่นบาคาร่าตามอัตราส่วนการแพ้ชนะแล้วล่ะก็ เราก็จะสามารถแยกออกมาได้คร่าวๆถึง 7 แบบตามความสำคัญ ดังต่อไปนี้
1.ทายผลถูกทั้งหมดด้วยวงเงินสูงสุดที่สามารถแทงได้ในแต่ละรอบ
2.ทายผลถูกมากกว่าผิดในวงเงินที่เท่ากันทุกๆรอบ
3.ทายผลผิดมากกว่าถูก แต่ผิดติดกันไม่เกิน 3 รอบ ด้วยการวางเดิมพันแบบทบวงเงินไปในแต่ละรอบ
4.ทายผลถูกมากกว่าผิดในวงเงินที่ไม่เท่ากัน แต่มีเงินเหลือเก็บ
5.ทายผลผิดมากกว่าถูกในวงเงินที่ไม่เท่ากัน แต่มีเงินเหลือเก็บ
6.ทายผลผิดๆถูกๆปนกันไปจนไม่เหลือเงิน
7.ทายผลผิดๆถูกๆปนกันไปจนไม่เหลือเงิน และมีหนี้สิน
จากผลลัพธ์ทั้ง 7 แบบในการเล่นบาคาร่านั้นจะเห็นได้ว่าผลลัพธ์ที่ยังเป็นด้านบวกกับเราอยู่ก็คือข้อที่ 1-5 ส่วนในข้อที่ 6 จะเป็นการเท่าทุน และในข้อที่ 7 จะเป็นการติดลบ ซึ่งนักพนันที่ดีหรือนักพนันที่มีประสบการณ์มักจะจำกัดความเสี่ยงของตัวเองให้ไม่เกินข้อที่ 5 เพราะถึงอย่างไรหากมีเงินเหลือเก็บไว้อยู่ก็เท่ากับว่าเรามีโอกาสที่จะกลับมาแก้มือได้อีกครั้ง
ส่วนนักพนันใหม่หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเข้ามาสู่วงการการพนันนั้น หากยังไม่สามารถจำกัดความเสี่ยงของตัวเองให้อยู่ไม่เกินข้อที่ 5 ได้ ก็ควรที่จะไม่ลงลึกไปจนถึงข้อที่ 7 เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้ว คุณอาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมาแก้มืออีกครั้ง ส่วนใครที่อยากจะพัฒนาฝีมือในการเดิมพันของตัวเองก็สามารถปรับระดับให้ตัวเองอยู่ในข้อที่ 1-3 ให้ได้แน่นอน ซึ่งหากคุณอยู่ในระดับนี้แล้วล่ะก็ อัตราส่วนในการชนะและทำกำไรของคุณก็เรียกได้ว่าเกือบจะเป็น 100% เลยทีเดียว
โดยหากใครที่สนใจจะนำความสำคัญทั้ง 7 ข้อนี้ไปใช้กับการพนันชนิดอื่นๆ แล้วล่ะก็ ขอให้พึงระลึกไว้ว่าทั้ง 7 ข้อนี้เป็นความสำคัญของการเดิมพันที่มีอัตราส่วนทายถูกและผิด 50% หรือใกล้เคียงกับตัวเลขนี้เท่านั้น เพราะหากคุณนำไปใช้กับการพนันชนิดอื่นๆที่มีอัตราส่วนการชนะต่างออกไป ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะต้องเปลี่ยนไปด้วย