กฎบาคาร่า ข้อจำกัดที่เสริมสร้างความสนุก

สำหรับกฎบาคาร่าเบื้องต้น การนับแต้มของไพ่บาคาร่านั้น แต้มของไพ่บาคาร่าจะมีความหมายที่ต่างกันออกไปตามหน้าไพ่ ยกเว้นในส่วนของไพ่ 10, ไพ่ J , ไพ่ Q, และไพ่ K ซึ่งจะนับว่ามีแต้มเป็น 0  ในส่วนของไพ่ A จะนับเป็น 1 แต้ม ซึ่งการรับแต้มไพ่นั้น จะเป็นการนับแต้มไพ่ของไพ่ 2 ใบ และในกรณีที่มีการจั่วไพ่เพิ่มขึ้นมาเป็นใบที่ 3  ก็จะนำไพ่ 3 ใบมารวมกัน ซึ่งแต้มของไพ่บาคาร่านั้นจะเป็นแต้มตัวสุดท้าย ดังต่อไปนี้

  • ไพ่ใบแรกออก 9, ไพ่ใบที่สองออก 8, ผลรวมคือ 9+8= 17 แต่เราจะนับเป็น 7 แทน
  • ไพ่ใบแรกเป็น 7 , ไพ่ใบที่ 2 เป็น A ผลรวมของไพ่ทั้งสองใบก็คือ 7+1 = 8 รวมแต้มไพ่ก็คือ 8 แต้ม
  • ไพ่ใบแรกเป็น 10 ไพ่ใบที่ 2 เป็น 8 ผลรวมของไพ่คือ 10+8=18 แต่เราจะนับเป็น 8 แทน
  • ไพ่ใบแรกเป็น Q ไพ่ใบที่สองเป็น 8 ใบ ไพ่ใบที่ 3 เป็น 3 ผลรวมคือ 0+8+3=11 รวมแล้วจะนับเป็น 1 แต้ม

ในส่วนของไพ่เนเชอรัล นั้นจะเป็นไพ่ที่มีผลรวม 8 หรือว่า 9 โดยหากเอามาวัดกับการเล่นไพ่ป็อปเด้งแล้ว ก็เท่ากับการออกหน้าไพ่ป็อกแปดหรือว่าป็อกเก้านั่นเอง

กฎบาคาร่าและการจั่วไพ่ใบที่ 3

สำหรับกติกาในการจั่วไพ่นั้น ตามวิธีการเล่นแล้วจะเริ่มทำการแจกไพ่ให้กับฝ่ายเพลเยอร์ก่อน โดยกติกาการจั่วไพ่ใบที่ 3 นั่น จะต้องทำการพิจารณาในส่วนของผลรวมไพ่ด้วย หากว่าไพ่ของทั้งสองใบแรกทางฝั่งเพลเยอร์มีแต้มเท่าไหร่ จากนั้นก็พิจารณาดูว่าเราจะจั่วไพ่เพิ่มหรือเปล่า ซึ่งกฎบาคาร่านั้นตามหลักการจั่วไพ่แล้ว หากว่าทางฝั่งเพลเยอร์ทำการจั่วไพ่ใบที่ 3เช่นกัน ก็ต้องดูว่าจั่วแล้วได้ไพ่อะไร แล้วก็ค่อยไปพิจารณาต่อว่า ทางฝั่งแบงเกอร์ ต้องทำการจั่วไพ่เพิ่มอีกหรือเปล่า ทั้งนี้ รายละเอียดของกติกาทั่วไปมีข้อสังเกตได้ดังนี้

  1. หากว่าแต้มรวมของไพ่ทั้งสองใบแรกในทางฝั่งของแบงเกอร์เป็น 0-5 ต้องทำการจั่วไพ่ใบที่ 3 ต่อทันที แต่หากว่าไพ่รวมของทั้งสองใบแรกมี 6 แต้มขึ้นไป ไม่ต้องทำการจั่วไพ่เพิ่มเป็นใบที่ 3
  2. แต่หากว่าทางฝั่งแบงเกอร์นั้นมีแต้มรวมในสองใบแรกเพียงแค่ 3 แต้ม แต่ว่าฝั่งเพลเยอร์ จั่วไพ่ใบที่สามมาแล้วได้ 8 แต้ม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของไพ่สามใบทางฝั่งเพลเยอร์เท่าไหร่ก็ตาม ทางฝั่งแบงเกอร์ จะไม่จั่วไพ่เพิ่มแต่อย่างใด
  3. กฎบาคาร่าข้อนี้คือ หากว่าทางฝั่งแบงเกอร์นั้น มีแต้มรวมเป็น 6 แต้มสำหรับ 2 ใบแรก และทางฝั่งเพลเยอร์ จั่วไพ่ขึ้นมาในใบที่ 3 แล้วได้ 6 หรือว่า 7 แต้มเป็นต้นไป ไม่ว่าทางฝั่งเพลเยอร์จะเป็นเท่าไหร่ ทางฝั่งแบงเกอร์ ก็สามารถจั่วไพ่ใบที่สามได้เลย
  4. ในกรณีพิเศษ หากไพ่ใบที่สามของทางฝั่งแบงเกอร์นั้นมีความซับซ้อนเป็นพิเศามากกว่าทางฝ่ายของทางเพลเยอร์ ก็สามารถเช็คได้ตามกฎบาคาร่าสำหรับการจั่วไพ่ใบที่ 3 ดังต่อไปนี้
  • แต้มรวมของไพ่สองใบแรกฝ่ายแบงเกอร์ 7 : ไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์ที่จั่วได้ 0-9 ต้องอยุ่
  • แต้มรวมของไพ่สองใบแรกฝ่ายแบงเกอร์ 6 : ไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์ที่จั่วได้ 0-5 ต้องอยู่, 6-7 ต้องจั่ว, 8-9 ต้องอยู่
  • แต้มรวมของไพ่สองใบแรกฝ่ายแบงเกอร์ 5 : ไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์ที่จั่วได้ 0-3 ต้องอยู่, 4-7 ต้องจั่ว, 8-9 ต้องอยู่
  • แต้มรวมของไพ่สองใบแรกฝ่ายแบงเกอร์ 4 : ไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์ที่จั่วได้ 0-1 ต้องอยู่, 2-7 ต้องจั่ว, 8-9 ต้องอยู่
  • แต้มรวมของไพ่สองใบแรกฝ่ายแบงเกอร์ 3 : ไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์ที่จั่วได้ 0-7 ต้องจั่ว, 8 ต้องอยู่, 9 ต้องจั่ว
  • แต้มรวมของไพ่สองใบแรกฝ่ายแบงเกอร์ 2 : ไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์ที่จั่วได้ 0-9 ต้องจั่ว
  • แต้มรวมของไพ่สองใบแรกฝ่ายแบงเกอร์ 1 : ไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์ที่จั่วได้ 0-9 ต้องจั่ว
  • แต้มรวมของไพ่สองใบแรกฝ่ายแบงเกอร์ 0 : ไพ่ใบที่สามของเพลเยอร์ที่จั่วได้ 0-9 ต้องจั่ว

ทั้งหมดนี้ก็เป็นกฎบาคาร่า ที่นักเล่นทุกคนต้องทำความเข้าใจก่อนการเล่นไพ่ชนิดนี้ และหากว่าไม่เข้าใจกฎกติกาใดๆ ก็อาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดในการเดิมพัน อันจะส่งผลเสียต่อคะแนนและการลุ้นรางวัล ซึ่งหากจะมองในภาพรวมแล้ว อาจจะดูซับซ้อนไปบ้างสำหรับมือใหม่ แต่รับรองว่าหากคุณใช้เวลาเพียงไม่มาก บวกกับการทดลองเล่นอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และพร้อมลงสู่สนามเพื่อลุ้นกับเกมนี้ได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ที่ผู้เล่นมีแหล่งเล่นบาคาร่าออนไลน์มากมายไว้เป็นตัวเลือกชั้นดี คาสิโนออนไลน์ที่มีความน่าเชื่อถือหลายหลายได้เริ่มเข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้ขีดจำกัดลดลง และความสนุกเพิ่มขึ้น